การดู : 0

12/04/2026 18:15น.

ประวัติภาษา PHP: จากสคริปต์เช็กเรซูเม่ สู่ราชาผู้ขับเคลื่อนเว็บไซต์เกือบทั้งโลก

ประวัติภาษา PHP: จากสคริปต์เช็กเรซูเม่ สู่ราชาผู้ขับเคลื่อนเว็บไซต์เกือบทั้งโลก

#ภาษา PHP

#ประวัติ PHP

#Laravel

#WordPress

หากภาษา C คือรากฐาน และ JavaScript คือสีสันบนเบราว์เซอร์ PHP ก็คือ "ค้อนและตะปู" ที่ใช้สร้างบ้านให้กับอินเทอร์เน็ตมานานกว่า 30 ปี แม้ในยุคนี้จะมีภาษาเท่ๆ อย่าง Go, Rust หรือ Zig เกิดขึ้นมากมาย แต่เชื่อไหมว่าเว็บไซต์กว่า 70% ที่คุณเข้าในทุกวันนี้ (รวมถึงยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook, Wikipedia และร้อยละ 40 ของเว็บทั่วโลกที่รันบน WordPress) ยังคงมีหัวใจหลักเป็นภาษานี้อยู่

วันนี้ Superdev Academy จะพาทุกคนไปดูว่าภาษาที่ผู้สร้างออกปากว่า "ผมไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ และผมไม่ได้ตั้งใจจะสร้างมันขึ้นมา" กลายเป็นมาตรฐานโลกที่ฆ่าไม่ตายได้อย่างไร

 

1. 1994: ภาษาที่เกิดจาก "ความขี้เกียจ" และ "เรซูเม่"

 

เรื่องราวเริ่มต้นจากชายที่ชื่อว่า Rasmus Lerdorf วิศวกรซอฟต์แวร์ชาวเดนมาร์ก-แคนาดา ในปี 1994 เขาแค่ต้องการเครื่องมือสั้นๆ มาช่วยนับว่า "มีคนเข้ามาดูเรซูเม่ฉบับออนไลน์ของเขากี่คน"

เขาจึงเขียนชุดสคริปต์ด้วยภาษา C ขึ้นมาเพื่อดึงข้อมูลจากเว็บฟอร์มและติดต่อกับฐานข้อมูล เขาเรียกมันง่ายๆ ว่า "Personal Home Page Tools" หรือย่อสั้นๆ ว่า PHP

The Struggle: ในยุคนั้นการทำให้เว็บไซต์โต้ตอบได้ (Dynamic Web) เป็นเรื่องยากระดับรากเลือด คุณต้องเขียนภาษา C หรือ Perl ผ่านสิ่งที่เรียกว่า CGI ซึ่งซับซ้อนและพังง่าย Rasmus แค่อยากได้เครื่องมือที่ "แปะลงไปใน HTML แล้วทำงานได้เลย" เขาจึงแจกจ่ายโค้ดนี้ให้คนอื่นใช้ฟรีๆ ในชื่อ PHP/FI (Forms Interpreter)

 

Rasmus Lerdorf.webp

 

2. เมื่อ "เครื่องมือส่วนตัว" กลายเป็น "ภาษาโปรแกรมมิ่ง"

 

หลังจากแจกไป ปรากฏว่าคนชอบมหาศาล! เพราะมันใช้ง่ายจนใครๆ ก็ทำเว็บมีฐานข้อมูลได้ แต่ปัญหาคือ PHP/FI ยุคแรกนั้น "ไม่ใช่ภาษาโปรแกรมมิ่งที่สมบูรณ์" มันไม่มีแม้กระทั่งลูป (Loop) ที่ดีพอ และโครงสร้างภาษาก็สะเปะสะปะตามใจคนสร้าง

การมาถึงของทีม Zend (1997):

นักศึกษาชาวอิสราเอลสองคนคือ Andi Gutmans และ Zeev Suraski พบว่า PHP/FI มีข้อจำกัดเยอะเกินไปสำหรับโปรเจกต์มหาวิทยาลัย แทนที่จะเลิกใช้ พวกเขาตัดสินใจติดต่อ Rasmus เพื่อขอ "รื้อไส้ใน" แล้วเขียนตัวแปลคำสั่งใหม่ทั้งหมด

ผลลัพธ์คือ PHP 3 และนั่นคือจุดกำเนิดของ Zend Engine (ชื่อมาจาก Zeev + Andi) ซึ่งกลายเป็นหัวใจของ PHP มาจนถึงปัจจุบัน และชื่อ PHP ก็ถูกเปลี่ยนใหม่ให้ดูเท่แบบ Recursive (นิยามตัวเอง) ว่า PHP: Hypertext Preprocessor

 

3. ทำไม PHP ถึงชนะใจคนทั้งโลก? (ยุคทองของ LAMP Stack)

 

ในยุค 90s จนถึงต้นปี 2000 PHP เติบโตเร็วระดับปีศาจเพราะ 3 ปัจจัยหลัก:

  • The LAMP Stack: PHP เป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายของสูตรสำเร็จ (Linux + Apache + MySQL + PHP) ซึ่งเป็นของฟรีและประสิทธิภาพดี ทำให้ทุกคนสามารถเปิดบริษัทดอทคอมได้ด้วยต้นทุนต่ำ
  • Shared Hosting: ในยุคที่ไม่มี Cloud การจะรันเว็บต้องใช้ Hosting ราคาถูก ซึ่ง PHP รันได้ทุกที่ แค่ลากไฟล์ขึ้น FTP ก็จบ (ไม่ต้อง Compile ไม่ต้องเซ็ตระบบซับซ้อนเหมือน Java หรือ Python)
  • The Power of CMS: ความง่ายของ PHP ให้กำเนิด WordPressDrupal และ Joomla ซึ่งเปลี่ยนโลกให้ "ใครๆ ก็มีเว็บไซต์ได้" โดยไม่ต้องเขียนโค้ดเองสักบรรทัด

 

4. ยุคแห่งการถูก "บูลลี่" และการเกิดใหม่ของราชา

 

เมื่อ PHP โตเร็วและใช้ง่ายเกินไป สิ่งที่ตามมาคือ "ความเละเทะ" โปรแกรมเมอร์หน้าใหม่ในยุคนั้นมักเขียนโค้ดแบบ Spaghetti (ปนกันมั่วไปหมด) จน PHP ถูกตราหน้าว่าเป็นภาษาที่ออกแบบมาไม่ดี ความปลอดภัยต่ำ และชื่อฟังก์ชันไม่สม่ำเสมอ

แต่ PHP ไม่ยอมตาย! และเลือกที่จะแก้แค้นด้วยประสิทธิภาพ:

  • PHP 7 (2015): มีการรื้อ Engine ครั้งใหญ่ ผลคือ เร็วกว่า PHP 5.6 ถึง 2 เท่า และประหยัด Memory มหาศาล จนลบภาพจำภาษาที่อืดอาดไปได้ทันที
  • PHP 8 (2020 - ปัจจุบัน): นำระบบ JIT (Just-In-Time) Compilation มาใช้ ทำให้การประมวลผลคำนวณหนักๆ เร็วขึ้นแบบก้าวกระโดด พร้อมเพิ่มฟีเจอร์สมัยใหม่ที่ทำให้ภาษาดู "หล่อเท่" และเป็นระบบมากขึ้น

 

5. มรดกและอนาคต: PHP ในปี 2026

 

ในวันที่เรามี AI และภาษาล้ำยุค PHP ก็ยังไม่หายไปไหน แต่กลับแข็งแกร่งกว่าเดิมด้วย Ecosystem ที่เปลี่ยนไป:

  • Laravel: Framework ที่ดีที่สุดตัวหนึ่งในโลกปัจจุบัน ที่เปลี่ยนการเขียน PHP ให้ดูแพง มีระเบียบ และทรงพลังระดับ Enterprise
  • Modern Ecosystem: เรามี Composer สำหรับจัดการ Library, มี PHPStan สำหรับตรวจโค้ด และมีแนวทางเขียนแบบ Strongly Typed ที่เข้มงวดไม่แพ้ภาษาใดๆ

 


 

สรุป: ทำไมเรายังต้องศึกษา PHP?

 

"ความสวยงามของภาษา อาจไม่สำคัญเท่าความสามารถในการแก้ปัญหา"

การเข้าใจ PHP คือการเข้าใจ "วิธีที่โลกอินเทอร์เน็ตขับเคลื่อนจริงๆ" ภาษานี้สอนเราว่า เครื่องมือที่เข้าถึงง่ายที่สุดมักจะเป็นเครื่องมือที่สร้างผลกระทบได้กว้างที่สุด หากโจทย์ของคุณคือการสร้างธุรกิจให้สำเร็จอย่างรวดเร็ว (Time to Market) PHP ยังคงเป็น "ค้อน" ที่ไว้ใจได้เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนครับ